ภาวะสิ้นยินดี (Anhe-donia) เป็นอย่างไร

ภาวะสิ้นยินดี คืออะไร ?? หลายคนคงเคยได้ยินชื่อโรคชนิดหนึ่งที่คนในสังคมปัจจุบันมีคนเป็นโรคนี้กันจำนวนมาก “โรคซึมเศร้า” ที่สาเหตุเกิดจากสารเคมีในสมองทำงานไม่สมดุลกัน ในความเป็นจริงแล้วตัวบุคคลผู้เป็นโรคอาจจะมิได้รู้สึกเศร้า

แต่อาจหมายถึงการไม่รู้สึกอะไรเลยกับความเป็นไปในโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ดี หรือร้าย อาจจะเป็นภาวะที่ลองกลับไปทำกิจกรรมเดิมๆ ที่ซึ่งเคยชอบทำ ก็ไม่รู้สึกชื่นชอบ ไม่อยากทำอีกต่อไปแล้ว คล้ายๆ กับคำนิยามที่วัยรุ่นในปัจจุบันเรียกกันว่า “หมด passion

ซึ่งถ้าหากแค่รู้สึกไม่อินกับอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ในระยะสั้น ก็อาจจะปลุก Passion ที่ว่ากลับขึ้นมาใหม่ได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากเป็นมากๆ เข้า มีอาการไม่ยินดียินร้าย ไม่สนุกสนาน หรือไม่อยากทำสิ่งที่เคยรู้สึกว่าสนุก

ภาวะสิ้นยินดี

และอยากทำ มีความสามารถในการรู้สึกเพลิดเพลินลดน้อยลง  อาจเข้าข่ายอาการที่มีชื่อว่า  “แอนฮีโดเนีย” (Anhe-donia) หรือ ภาวะสิ้นยินดี ซึ่งเป็นอาการหลักๆ ของโรคซึมเศร้า แต่ถูกพูดถึงว่าอาจแย่ยิ่งกว่าเพราะ ภาวะดังกล่าวนั้นไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่ความรู้สึกเศร้าก็ไม่มี

โดยอาการ Anhe-donia ถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Anhe-donia ทางสังคม บุคคลที่เป็นจะไม่มีความสนใจในการติดต่อทางสังคม และขาดความสุขในสถานการณ์ที่เป็นไปต่างๆ ทางสังคม ส่วน Anhe-donia ทางกายภาพนั้น

บุคคลที่เป็นจะไม่สามารถรู้สึกถึงความสุขที่สัมผัสได้ เช่น การกิน การสัมผัสหรือการมีเพศสัมพันธ์ และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราหรือคนรอบข้างมีอาการนี้อยู่หรือไม่ เราสามารถลองสังเกตอาการ ดังต่อไปนี้ได้ คือ

  • ปัญหาทางกายภาพเบื้องต้น เช่น ร่างกายเจ็บป่วยบ่อยๆ
  • ถอนตัวจากการเข้าหาสังคม
  • ขาดความรู้สึกอยากจะใกล้ชิดทางกายภาพหรือสูญเสียความใคร่
  • ตัดขาดความสัมพันธ์ หรือถอนตัวออกจากความสัมพันธ์
  • มีแนวโน้มที่จะแสดงออกทางอารมณ์แบบปลอมๆ ไม่ได้รู้สึกจริง
  • มีความรู้สึกเชิงลบทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น
  • มีความรู้สึกยากลำบากที่จะปรับตัวตามสถานการณ์ของสังคม
  • ลดการแสดงออกทางอารมณ์ทั้งภาษากายหรือการพูดจาลดน้อยลง
  • รู้สึกเหนื่อยง่าย ขาดพลังงาน

ภาวะอาการ Anhe-donia หรือ ภาวะสิ้นยินดี ดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้น สามารถรักษาให้ทุเลา หายจากการมีอาการ โดยเภสัชวิทยายาแก้ซึมเศร้า

ซึ่งจะใช้ยาในการรักษาเป็นหลัก ประกอบกับตัวผู้มีอาการดังกล่าวเองต้องเรียนรู้ที่จะรับรู้และสัมผัสกับอารมณ์เชิงลบ

อาจจินตนาการถึงสถานการณ์ต่างๆ เมื่อคุณรู้สึกอารมณ์เชิงลบคุณจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นบวกมากขึ้น

และต้องบังคับตัวเองให้ทำกิจกรรมต่างๆ พบปะเพื่อนฝูง ไปเดินเล่นออกกำลังกาย ในภาวะอาการที่ดังกล่าวถ้ามองให้เห็นด้านที่ดีก็มี คือ ทำให้ไม่ยึดติดกับตัวตนจอมปลอมที่สร้างขึ้นมาเอง

ลดความฟุ้งเฟ้อทางอารมณ์มากขึ้น แต่ทุกอย่างมากหรือน้อยไปก็ไม่ดี ควรควบคุมให้อยู่ในระดับกลางจึงจะดีที่สุด