ชาเขียว ดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ชาเขียว ก็คือ ชา (Camellia sinensis) ที่ไม่ผ่านการหมัก จัดเตรียมได้โดยการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้แห้งอย่างเร็ว

ความร้อนจะช่วยยับยั้งรูปแบบการทำงานของเอนไซม์ทำให้ไม่มีการสลายตัว ทำให้ได้ใบชาที่แห้งแต่ว่ายังสดอยู่

รวมทั้งยังมีสีที่ค่อนข้างจะเขียวก็เลยเรียกว่า ชาเขียว

สารสำคัญที่เจอได้ในชาเขียวเช่น

กรดอะมิโน วิตามิน B, C, E สารในจำพวกแซนทีนอัลคาลอยด์ (xanthine alkaloids)เป็นคาเฟอีน (caffeine) แล้วก็ธิโอฟิลลีน (theophylline) ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นลักษณะการทำงานของระบบประสาทศูนย์กลางทำให้ร่างกายรู้สึกกระชุ่มกระชวย

แล้วก็สารในจำพวกฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่เรียกว่า แคททีชิน (catechins) แคททีชินที่พบได้มากที่สุดในชาเขียวเป็น สารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (epigallocatechin gallate) ซึ่งมีความหมายสำหรับในการออกฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ

สรรพคุณของ ชาเขียว

1.ชาเขียวถูกประยุกต์ใช้สำหรับในการรักษาตั้งแต่โรคปวดหัวไปจนกระทั่งโรคซึมเศร้า ซึ่งในประเทศจีนมีการใช้ชาเขียวเป็นยามามากกว่า 4,000 ปีแล้ว

2.ช่วยให้เจริญอาหาร

3.แก้เมาสุรา ทำให้หายเมา

4.ช่วยแก้หวัด แก้ร้อนใน ช่วยขับเหงื่อ ขับสารพิษตกค้าง

5.ช่วยทำให้ผ่อนคลายอารมณ์ สงบประสาท ระบายความร้อนจากหัวรวมทั้งเบ้าตา ทำให้เกิดความรู้สึกสดชื่น ตาสว่าง ไม่ง่วง รวมทั้งช่วยปรับหายใจแจ่มใส

6.ช่วยแก้อาการอยากกินน้ำ ระบายความร้อนออกมาจากปอด รวมทั้งช่วยขับเสมหะ

7.ช่วยแก้บิด ท้องเสีย ท้องร่วง

8.ช่วยเพิ่มแบคทีเรียประเภทดีในลำไส้ ก็เลยสามารถช่วยล้างพิษและก็กำจัดพิษในลำไส้ได้

9.ช่วยป้องกันตับจากพิษและก็โรคอื่นๆ

10.ช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือด

11.ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านทานอาการอักเสบ ต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ ต้านทานเชื้อแบคทีเรียและก็เชื้อไวรัส ต่อต้านเชื้อ Botulinus และก็เชื้อ Staphylococcus

12.ช่วยขับฉี่ ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีแล้วก็ในไต

13.ช่วยสำหรับการห้ามเลือดหรือทำให้เลือดออกช้าลง

14.ใช้เป็นยาพอกรักษาแผลอักเสบ แผลพุพอง ไฟไหม้ ฝีหนอง ช่วยทุเลาอาการผดผื่นคัน ผิวร้อนแห้ง แมลงสัตว์กัดต่อย แล้วก็ยังคงใช้เป็นยากันยุงได้อีกด้วย

15.ชาเขียวสามารถช่วยป้องกันโรคข้ออักเสบรูมาติก (Rheumatic arthritis) ซึ่งมีลักษณะอาการอักเสบบวมแดง เมื่อยตามกล้ามเนื้อและก็ข้อต่อ ที่มักกำเนิดกับสตรีในวัยกลางคน

คุณประโยชน์ชาเขียวทางเภสัชวิทยา

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของสารต่างๆที่เจอในชาเขียวส่งผลสำหรับในการยับยั้งสภาวะโรคต่างๆโดยมีงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยมากไม่น้อยเลยทีเดียวสนับสนุนว่าการดื่มชาเขียวมีสาระต่อสุขภาพร่างกาย อย่างเช่น ชาเขียวมีฤทธิ์สำหรับเพื่อการลดหุ่น

มีงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยบอกว่าสารแคททีชินที่พบมากในชาเขียวนั้น มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและก็ไขมันจึงมีผลต่อการควบคุมน้ำหนักของร่างกาย

การดื่มชาเขียวยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวมทั้งระดับน้ำตาลในเลือด และมีงานศึกษาค้นคว้าวิจัยทางคลินิคพบว่าชาเขียวมีฤทธิ์ต้านการเกิดโรคของเส้นเลือดหัวใจ

ยิ่งไปกว่านี้ยังมีการเรียนรู้เกี่ยวกับการดื่มชาเขียวส่งผลช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่างๆแม้กระทั้งยังไม่มีงานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยใดรับรองการวิจัยและทดลองแล้วสรุปผลว่าชาเขียวสามารถรักษาโรคมะเร็งได้

จากการศึกษาเรียนรู้ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของชาเขียวพบว่าชาเขียวมีคุณประโยชน์ในหลายๆด้าน แม้กระทั้งการบริโภคชาเขียวอย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้เป็นผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ซึ่งมีรายงานเกี่ยวกับการบริโภคชาเขียวกล่าวว่าถ้าหากบริโภคในจำนวนสูงและติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆสามารถทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อตับได้

โดยมีรายงานการวิจัยในหนูเม้าส์พบว่าสาร epigallocatechin gallate (EGCG) จะนำมาซึ่งการทำให้ตับถูกทำลายบางส่วนเมื่อบริโภคในขนาดสูง (2,500 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) ต่อเนื่องกัน 5 วัน

แล้วความเป็นพิษต่อตับจะยิ่งมากขึ้นเมื่อบริโภคในขณะที่เจ็บป่วย จากงานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยช่วยการันตีว่าการบริโภคชาเขียวในช่วงเวลาสั้นๆมีความปลอดภัย

แต่ว่าถ้าเกิดบริโภคในจำนวนสูงอาจจะก่อให้ตับถูกทำลาย ด้วยเหตุนี้ถ้าหากเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับตับหรือมีลักษณะไข้ควรจะเลี่ยงการบริโภคชาเขียวในขนาดสูงและติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ

ปริมาณจำนวนการดื่มชาเขียวที่สมควร

ที่น่าสังเกตเป็นต้นแบบการบริโภคชาเขียวตั้งแต่โบราณกาลเป็นการบริโภคในแบบการชงชาดื่มเองและไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ด้วยเหตุดังกล่าวการดื่มชาเขียวที่ชงเองนอกเหนือจากที่จะได้รับรู้รสชาติแล้วกลิ่นหอมสดชื่นแท้จากชาเขียวแล้วยังได้รับคุณประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมากยิ่งกว่าเครื่องดื่มชาเขียวสำเร็จรูป

ซึ่งจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและก็มีจำนวนชาเขียวที่เจือจาง ชาเขียวร้อน 1 ถ้วยมี EGCG โดยประมาณ 100 – 200 มิลลิกรัม จากข้อมูลงานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยความเป็นพิษของชาเขียวที่กล่าวไว้พื้นฐาน ในทุกๆวันก็เลยไม่สมควรดื่มเกิน 10 – 12 ถ้วย ดังนี้ชาเขียวยังมีคาเฟอีน การดื่มในจำนวนสูงอาจจะส่งผลให้นอนไม่หลับได้

ควรดื่มชาเขียวในจำนวนที่สมควรโดยการชงใบชา 1 – 2 ช้อนชาในน้ำร้อน วันละ 3 ถ้วย ในระหว่างมื้ออาหาร เพื่อได้ประโยชน์ต่อร่างกายและไม่ทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อร่างกาย